Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand
การดำเนินธุรกิจทุกวันนี้ต้องเจอกับความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งสถานการณ์โควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี (Digital Disruption) ส่งผลให้สภาพแวดล้อมและการทำงานเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อบวกกับคนในองค์กรมีเจนเนอเรชั่นหลากหลาย และพฤติกรรมแตกต่างกัน การบริหารคนด้วยรูปแบบและทักษะเดิมๆ จึงไม่สามารถจะผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วได้ต่อไป ทำให้ ผู้นำด้านการบริหารคน หรือ Chief People Officer (CPO) ต้องปรับตัว และหมั่นเติมทักษะใหม่ๆ เพื่อรับมือกับโลกการทำงานยุคใหม่
อะไรคือ ทักษะที่ CPO ยุคนี้ “ต้องมี” เพื่อรับมือกับการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม The Adecco Group ได้เผยงานวิจัยล่าสุด หัวข้อ The Chief People Officer of the Future: How is the Top People Management Role Changing as the World of Work Evolves? จากการสำรวจผู้บริหารระดับสูง 122 คน ในบริษัทชั้นนำทุกทวีปทั่วโลก โดยพบเทรนด์ 3 ทักษะจำเป็นของผู้นำ HR ที่ต้องมีดังนี้
ได้เวลา HR ปรับโฟกัส สู่ HR Tech และ Data Analytics
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ การบริหารจัดการคนกลายเป็นงานที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่งานดูแลคนหลังบ้านอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ เพราะต่อให้องค์กรมีกลยุทธ์แปลกใหม่ แต่ถ้าคนในองค์กรไม่เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทักษะใหม่ๆ การจะผลักดันธุรกิจให้เติบโตและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนย่อมไม่เกิดขึ้นเช่นกัน
เมื่องาน HR กลายเป็นงานที่สำคัญต่อการบริหารธุรกิจ ผลการสำรวจพบว่า 87% ของผู้บริหารระดับสูง มองว่า งานที่ CPO ต้องหันมาโฟกัสมากขึ้น อันดับแรก คือ งานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น HR Tech และ People Analytics ที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้สมัครและพนักงานเพื่อนำไปพัฒนากลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองลงมาคือ งานที่เกี่ยวข้องกับการ Transform องค์กร ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมถึงการปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจ สร้างวัฒนธรรมองค์กร และทดลองแนวทางใหม่ๆ ในการบริหารพนักงาน
ที่มา : https://adecco.co.th/
ส่วนงานที่ HR ควรใช้เวลาให้น้อยลงมากสุดคือ การปรับขั้นตอนการทำงานให้ Lean ขึ้น เพื่อลดเวลาที่ใช้กับการบริหารจัดการในทีม รองลงมาคือ กฎระเบียบต่างๆ เพื่อจะได้มีเวลาโฟกัสงานที่เป็น Priority สำหรับองค์กรมากขึ้น รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์องค์กร การทำ Networking กิจกรรมกระชับสัมพันธ์ และงานซัพพอร์ต CEO
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ส่วนงานที่มีแนวโน้มจะใช้งานระบบ Automation มากที่สุดในอนาคตคือ งานด้าน Employee Attraction เช่น การโพสต์ประกาศรับสมัครงาน การทำโฆษณารับสมัครงาน (75%) รองลงมาคือ งานด้าน Employee Onboarding และ Employee Assessment (71%) เช่น การอบรมพนักงานเบื้องต้น การประเมินทักษะผู้สมัครและพนักงาน
ส่วนงานที่ผู้บริหารมองว่ายังต้องพึ่งพาคนอยู่มากและน่าจะใช้ AI เข้ามาทดแทนได้ยาก 3 อันดับแรก คือ
1.งานด้าน Employee Promotion ที่ต้องตัดสินใจว่าจะเลื่อนขั้นให้ใคร (51%)
2.งานด้าน Employee Selection ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเลือกผู้สมัครเข้ามาทำงานในขั้นตอนสุดท้าย (56%)
3.งานด้าน Employee Evaluation ที่ต้องพึ่งพาคนในการสื่อสารและให้ฟีดแบ็คกับพนักงาน (58.2%)
ที่มา : https://adecco.co.th/
แม้ผู้บริหารจะมองว่างาน 3 ส่วนนี้จะใช้ AI เข้ามาช่วยงานได้ยาก แต่ ตัวเลขที่เกิน 50% นี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในแทบทุกส่วนงาน ดังนั้น คนทำงานด้าน HR จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในการปรับทักษะด้าน HR Tech และ Data Analytics เพื่อให้พร้อมรับมือกับรูปแบบการทำงานที่กำลังจะเปลี่ยนไป
3 ทักษะที่ CPO ยุคนี้ต้องมี
จากบทบาทของผู้นำ HR ที่เปลี่ยนไป ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่มีจำเป็นต้องเปลี่ยนตาม การสำรวจพบว่า 90% ของผู้บริหารมองว่า ความรู้ความเข้าใจด้าน Data Analytics และ People Analytics เป็นทักษะที่ CPO จำเป็นต้องมีใน 5 ปีข้างหน้ามากที่สุด
รองลงมาคือ ทัศนคติที่เปิดกว้างพร้อมจะเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ (88%)
และทักษะท้ายสุดคือ ความรู้เกี่ยวกับ HR Tech (87%)
ส่วนในอีก 20 ปีข้างหน้า จากการสำรวจพบว่า ทักษะด้าน Creative Thinking หรือทักษะความคิดสร้างสรรค์และการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในองค์กรจะกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด (87%) เนื่องจากในอนาคตจะมีการใช้ระบบ Automation เข้ามาผสมผสานในแทบทุกส่วนงานของ HR ดังนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์และความรู้ความเข้าใจที่จะต่อยอดการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำมาใช้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาการบริหารทรัพยากรบุคคลให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับ 5 ทักษะจำเป็นที่ HR ควรมี เพื่อก้าวสู่การเป็น CPO ในอนาคต คือ
1.ทักษะที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี
2.ทักษะทางสังคมและอารมณ์ โดยเฉพาะทักษะ Empathy และ Emotional Intelligence เพราะการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของพนักงานและทำให้พวกเขามีความสุขในการทำงานจะช่วยทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสร้างความสำเร็จให้กับองค์กร รวมไปถึงภาวะผู้นำที่จำเป็นอย่างมากในการบริหารคน
3.ทักษะในการแก้ไขปัญหา เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การเปิดรับที่จะเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ๆ
4.ทักษะที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบ เช่น ทักษะการคิดและวิเคราะห์เชิงระบบ ทักษะการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นต้น
5.ทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากร เช่น ทักษะการบริหารจัดการด้านการเงิน ทักษะการบริหารเวลา เป็นต้น
ที่มา : https://adecco.co.th/