เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เราทุกคนต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาและอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกัน ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร โดยหากพิจารณาจากตัวอย่างปัญหาสภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศ ฝุ่นพิษทั้งหลาย ก็จะเห็นได้ว่าเมื่อปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไข หรือวางแนวทางให้ไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น ท้ายที่สุดผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือทุกคนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ ดังนั้นหากเราทุกคนหันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลธรรมชาติ รักษาสภาพระบบนิเวศน์ให้ดีกันตั้งแต่วันนี้ก็จะทำให้เราอยู่กับโลกและโลกอยู่กับเราต่อไปได้นานยิ่งขึ้น ทั้งนี้ “แสนสิริ” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างองค์กรที่ใส่ใจและอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืนมานานกว่า 35 ปี
เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ในเขตเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จึงทำให้พื้นที่สีเขียวในเมืองนั้นลดลงไปด้วย ส่งผลให้ชีวิตคนเมืองนั้นห่างไกลจากธรรมชาติออกไปทุกที จากผลการสำรวจพบว่า ผู้อยู่อาศัยในทุกเจนเนอเรชั่นนั้นให้ความสำคัญและชื่นชอบพื้นที่สวนส่วนกลางที่มีรูปแบบของการคงความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิมไว้ โดยจะต้องมีต้นไม้ใหญ่อยู่ภายในโครงการ ทำให้ได้รู้ว่านอกเหนือจากเรื่องของทำเล รูปแบบ ดีไซน์ และราคาแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวส่วนกลางเช่นกัน ซึ่งแสนสิริทราบดีและได้มีการออกแบบพื้นที่สีเขียวในโครงการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่โครงการทั้งในมิติด้านมูลค่าโครงการ มิติด้านคุณค่าทางใจของผู้อยู่อาศัย และมิติของการส่งต่อคุณค่าของต้นไม้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชน สังคมและสภาพแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่าสิ่งที่มุ่งมั่นทำมาตลอดนี้จะกลายเป็นมาตรฐานจัดการพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ของธุรกิจอสังหาฯ ในไทย
ผ่านโมเดลจัดการพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในโครงการอย่างยั่งยืน “แสนสิริ ทรี สตอรี่” (Sansiri Tree Story) ที่มุ่งมั่นยึดถือมาตลอด 35 ปีของการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากแสนสิริเล็งเห็นถึงการสร้างคุณค่าต้นไม้ให้ใกล้ชิดผู้อยู่อาศัย ทั้งยังตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจควบคู่กับสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Sansiri Green Mission ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยมองว่าต้นไม้มีค่าต่อชีวิตชุมชน มีผลต่อความเป็นอยู่ รวมถึงคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคม ซึ่งภาพสะท้อนจากโปรเจคนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
แสนสิริยึดแนวทางในการดูแลรักษาต้นไม้และธรรมชาติรอบตัวผ่าน 4 กระบวนการความใส่ใจต้นไม้ ซึ่งประกอบด้วย
1. “เก็บ” รักษาต้นไม้เดิมไว้ในพื้นที่โครงการ โดยเริ่มจากการเลือกเก็บรักษาต้นไม้เก่าในที่ดินก่อสร้าง หรือหากจำเป็นต้องย้ายต้นไม้ก็จะย้ายอย่างถูกต้องตามหลักการและย้ายไปยังตำแหน่งที่อยู่ระยะใกล้ที่สุด นอกจากนี้ในบางโครงการยังได้มีการปรับแปลนโครงสร้างอาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายต้นไม้อีกด้วย
2. “เลือก” ชนิด ขนาดของต้นไม้ และการจัดวางตำแหน่งตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงการเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะกับการใช้งานและสถานที่ ตลอดจนคอนเซ็ปท์ของแต่ละโครงการ ทั้งยังเลือกใช้ต้นไม้เพาะชำจากเนอสเซอรี่ต้นไม้ป่าปลูก เพื่อทดแทนการนำต้นไม้ออกมาจากป่า
3. “ปลูก” ต้นไม้ให้ถูกต้องตามหลักการ ทั้งการเตรียมพื้นที่ วัดระยะห่างการวางต้นไม้ เตรียมหลุม ตลอดจนใช้ไม้ค้ำยันต้นไม้เพื่อให้เติบโตได้อย่างมั่นคง
4. “รักษา” และใส่ใจต้นไม้ด้วยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้อย่างหมอต้นไม้หรือรุกขกร ที่เข้ามาช่วยดูแลและให้คำปรึกษาเรื่องการรักษาต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมคู่มือการดูแลต้นไม้ จัดสัมมนาเพื่อจัดการต้นไม้ใหญ่อย่างถูกวิธีและยั่งยืน ตลอดจนเพิ่มฟีเจอร์ เทคนิคเคล็ดลับการดูแลต้นไม้ บน Sansiri Home Service Application เพื่อช่วยให้ลูกบ้านคงความงามของต้นไม้ในสบ้านไว้นานแสนนาน
จากแนวทางการปฏิบัติในข้างต้น จะเห็นได้ว่าแสนสิริมีการมุ่งเน้นออกแบบโครงการให้มีคุณค่าเชื่อมโยงต้นไม้ให้อยู่กับคนและทำให้คนได้เห็นคุณค่าของต้นไม้ที่เป็นมากกว่าลักษณะทางกายภาพ ซึ่งภายใน 3 ปีจากนี้ Sansiri Green Mission จะเป็นกุญแจขับเคลื่อนการสร้างเมืองแห่งอนาคตที่มีความยั่งยืน นำมาซึ่งจุดเปลี่ยนเรื่องการให้ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทย เหมือนที่ Sansiri Tree Story เรื่องราวต้นไม้ของแสนสิริ ได้เป็นต้นแบบให้กับการจัดการต้นไม้ในโครงการที่อยู่อาศัยวันนี้เพื่อส่งต่อคุณค่าให้กับชุมชนและสังคมต่อไป
สำหรับหนึ่งในตัวอย่างโครงการที่แสนสิริได้ออกแบบภูมิสถาปัตย์ เพื่อเก็บรักษาต้นไม้ใหญ่เดิมไว้ภายในโครงการ คือ เดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ ที่แสนสิริได้ตัดสินใจเก็บต้นจามจุรีเก่าแก่ไว้ทั้งหมด 5 ต้น ซึ่งอยู่มาเนิ่นนานและเปรียบเสมือนเป็นแลนด์มาร์คหนึ่งของถนนเส้นทองหล่อ มีความผูกพันต่อชุมชนในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก ถึงแม้ราคาที่ดินในบริเวณนั้นจะสูงมาก แต่แสนสิริก็เลือกที่จะเสียพื้นที่บางส่วนเพื่อเก็บรักษาต้นไม้เหล่านี้ไว้
ทั้งนี้เพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของธรรมชาติที่มีต่อเรามากขึ้น แสนสิริจึงได้ปล่อยวิดีโอ Sansiri Tree Story คุณค่าที่อยู่กับเราตลอดไป ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับคุณค่าของธรรมชาติต่อมนุษย์เรา โดยเฉพาะต้นไม้ภายในโครงการของแสนสิริที่ทั้งสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อยู่อาศัย สร้างความผูกพัน และทำให้ลูกบ้านเห็นถึงคุณค่าของต้นไม้ และอยากที่จะส่งต่อคุณค่านี้จากรุ่นสู่รุ่น เหมือนเป็นการช่วยกันดูแลและอนุรักษ์ต้นไม้ด้วยใจ ไม่ใช่แค่ในเชิงกายภาพเท่านั้น
ข้อมูลเพิ่มเติม http://siri.ly/SansiriTreeStory-BB